Profilo di Praewแพรวค่ะFotoBlogElenchi Strumenti Guida

Praew Twatchainunt

Professione
Località
บางที คนเราก็อาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตในบั้นปลายกับคนที่รักที่สุด ได้แต่เก็บเค้าไว้ในเบื้องลึกของหัวใจ และ เก็บเรื่องราวเกี่ยวกับเค้าไว้ในก้นบึ้งของความทรงจำ
Nessun elenco musica in questo Windows Live Spaces.

แพรวค่ะ

เรื่องที่เราพิมพ์ไม่ต้องอ่านก็ได้นะ แต่ถ้ารูปเนี่ย....เข้าไปดูเท้อะ
08/11/2005

เพื่อนร่วมเตียง

ตอนที่ไปถึงโรงเรียนบ้านเขาดินก็เป็นเวลามืดพอดี เราต้องใช้เวลาอยู่บนรถไฟยาวนานถึงประมาณห้าชั่วโมงกว่าๆ แล้วก็ต้องปุเรงๆ อยู่บนรถกระบะต่อไปยังตัวโรงเรียนอีกเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร กว่าจะมาถึง ก็เล่นเอาผมของทุกคนกลายเป็นทรงเดียวกันหมดเลย (คือ ยุ่งๆ เหมือนกันหมด)

 

มาถึงที่พักก็จัดแจงเก็บของ จัดที่นอน พอซักถามน้องๆ staff ค่ายที่เดินทางนำมาก่อนหน้านี้แล้ว 2 วันว่ายุงเยอะมั้ย น้องๆ ก็บอกว่าพอมีบ้าง ให้กางมุ้งนอนแล้วกัน พวกเราที่มาทีหลังก็ช่วยกันกางมุ้งกันใหญ่ แล้วก็ไปรวมตัวกันเพื่อประชุมเตรียมลุยงานในวันต่อมา

 

เวลาประชุมผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง น้อง ผอค. (ผู้อำนวยการค่าย) ก็ปล่อยให้ทุกคนออกมาเป็นอิสระ เราก็เลยเดินกลับมาที่ห้องนอน ว่าจะไปถอดคอนแทคเลนส์เพราะตอนนั้นก็ดึกแล้ว เดินมาจนถึงมุ้งก็ต้องตกตะลึง....

 

บนมุ้งที่เราช่วยกันกางไว้มีแมลงเป็นพันๆ ตัวเกาะอยู่เต็มไปหมด เห็นแล้วก็ขนลุกซู่เลย แล้วไม่ได้มีแค่ชาติพันธุ์เดียวนะคะ เพื่อนร่วมเตียงของเรามีด้วยกันหลายเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์เหลือเกิน เหมือนเดินทางมาจากคนละทวีปกันเลย ไม่รู้จะไล่ยังไงหมด ในที่สุดพวกเราก็เลยตัดสินใจ....ทำใจ แล้วก็หลับหูหลับตาเข้านอนโดยไม่สนใจเพื่อนๆ เหล่านั้นที่เดินสวนสนามกันให้ควั่กอยู่บนมุ้งตลอดคืน

มองโลกแง่ร้าย...ไปทำไมเนี่ย

หลังจากที่อุตส่าห์หลงดีใจว่าจะมีน้องพิมอยู่เคียงข้างกายตลอดเวลาอยู่ประมาณ 30 นาที พอเอาเข้าจริง ถึงเวลาเดินทาง น้องพิมกลับอยู่ห่างพี่แพรวไป 5 ตู้รถไฟเห็นจะได้ ด้วยความว่ารถไฟขบวนที่ไปเป็นแบบไม่มีการนั่งตามเลขที่นั่ง ใครเร็วใครได้ แล้วคิดดูสิคะ เด็กๆ ชาวกรุงที่หอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือกันทุกคน ใครมันจะวิ่งไปแย่งที่นั่งได้ทัน พวกเราทั้งหมดประมาณ 30 คนเลยต้องกระจัดกระจายกันไปอยู่ตามตู้ต่างๆ เท่าที่จะพอหาที่แทรกตัวเข้าไปได้

 

สรุปก็คือ ตู้ที่เราอยู่มีแต่น้องๆ ปี 1 ที่ก็หน้าตาไม่ค่อยคุ้นนักอยู่ประมาณ 10 คน กะพี่ปี 4 แก่ๆ อีก 1 คน...เราเองอ่ะ แหะๆ

 

ตอนที่รถไฟยังไม่ออกจากหัวลำโพง เราก็แอบๆ มองหน้าน้องๆ ที่อยู่ในตู้เดียวกันว่ามีใครบ้าง เราก็เริ่มจะหนักใจซะแล้วล่ะสิ เพราะว่าน้องแต่ละคนหน้าตาใสๆ ดูไม่ค่อยกร้านชีวิตเท่าไหร่ เห็นหยั่งงั้นในใจก็คิด เฮ้อ...นั่งรถไฟชั้น 3 ไม่มีแอร์ เก้าอี้ก็ไม่มีให้นั่ง คงได้ยืนไปตลอดทางแน่ๆ น้องๆ มันจะไหวกันมั้ยเนี่ย

 

ปรากฏว่าพอรถเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหัวลำโพงเท่านั้นแหล่ะ น้องๆ ทุกคนก็พร้อมใจกันนั่ง....นั่งลงไปบนพื้นทางเดินหยั่งงั้นเลย! เหลือเรายืนตะลึงอยู่คนเดียว จนน้องคนนึงหันมาถามว่า พี่แพรว ไม่นั่งเหรอคะ มานั่งด้วยกันสิแล้วน้องก็กวักมือหยอยๆ พร้อมกับขยับก้นกันคนละนิดคนละหน่อย ให้เราได้เข้าไปนั่งร่วมวงด้วย จากนั้นก็เริ่มร้องเพลงกันอย่างสนุกสนานเมามัน ไม่ได้สนใจชาวบ้านร่วมตู้เลย แต่ก็ดีนะคะ ในตู้ไม่มีใครมองพวกเราแบบรำคาญเลย มีแต่คนมองมา....แล้วก็ซุบซิบๆ กัน แล้วก็ส่งสายตายิ้มๆ ขำๆ มาให้เรา

 

ยังไม่ได้บอกเลยว่าเราจะไปไหนกัน ค่ายนี้ เรียกว่าค่ายกลางปี จัดที่โรงเรียนบ้านเขาดิน อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้วค่ะ

เอาแล้วไง!

และแล้ว การเดินทางก็เริ่มขึ้น...
 
เมื่อถึงวันนัดออกเดินทาง เราก็จัดกระเป๋าด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะไม่รู้เลยว่าจะมีใครไปค่ายนี้กะเราบ้าง พอไปถึงคณะ ก็ประมาณว่า เห็นน้องๆ หน้าคุ้นหลายคนนั่งเล่นอยู่ใต้ถุนคณะ เตรียมข้าวของกันมาเต็มใต้ถุนไปหมด กระเป๋าน้องบางคน size เหมือนกับน้องจะไปทัวร์ยุโรป 14 วันแบบไม่ซักผ้าเลย (ทั้งที่จริงๆ แล้วค่ายมีแค่ 7 วันเท่านั้น)
 
กราดสายตามองไปมองมา ยังไม่มีคนไหนที่เราพอจะฝากชีวิตไว้ได้เลยแฮะ
 
ทันใดนั้นเอง ก็เหมือนพระเจ้าประทานพร ส่งผู้ช่วยชีวิตมาให้เรา 1 คน เพื่อให้เรามีขวัญ และ กำลังใจในการอยู่ค่าย
 
พอมองไปที่หน้าคณะหลังจากที่เราวางของเสร็จ ก็เห็น "น้องพิม 39" เดินถือกระเป๋าเข้ามา เรานี่แทบจะกระโดดตัวลอย ด้วยความดีใจ เพราะน้องพิม เป็นน้องปี 3 ที่เรียกได้ว่าเราสนิทที่สุดเลย เป็นน้องที่ทำทีมสต๊าฟวินัยมาด้วยกันตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ร่วมทุกข์ ร่วม...ทุกข์มาก มาด้วยกันตลอดช่วงเวลาที่ทำห้องเชียร์ เราเลยมีความผูกพันกะน้องคนนี้สุดๆ เรียกว่านอกเหนือจากเพื่อนกลุ่มสาธิตเกษตรรุ่น 26 ทั้ง 6 คนแล้ว ก็มีน้องพิมนี่แหล่ะ ที่ประทับใจจ๊อดสุดๆ ไปเลย อ้อ! แล้วที่สำคัญนะฮะ น้องพิมนี่ไปค่ายกับคณะมาแล้ว 2 ครั้งตั้งแต่เธออยู่ปี 1 เรียกว่า "คบน้องพิมไว้ ไม่ผิดหวัง" พิมรู้จักค่ายนิเทศอย่างทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว
 
พอรู้ว่ามีน้องพิมที่เราจะสามารถติดหนึบเป็นตุ๊กแกไปกะน้องได้แล้ว ก็เริ่มเบาใจ เหมือนยกภูเขาออกจากอก ช่วยเค้ายกนั่นยกนี่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พอไปถึงหัวลำโพง ก็ขนของลงจากรถกระบะ (งานนี้ต้องขอบคุณพี่เดชเป็นอย่างมากฮะที่เข้ามาช่วยส่งพวกเราได้ทันเวลา) ด้วยความที่เป็นพี่ ตอนขนของจากหน้าสถานีไปยังโบกี้รถไฟ เราเลยเดินปิดท้ายขบวนน้องๆ ที่ช่วยกันหอบของเต็มสองมือไปยังขบวนรถ
 
สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นที่ที่เราไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย เพราะว่าชีวิตนี้เคยมาแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกตอนมาเป็นแบบถ่ายรูปให้รุ่นพี่ ครั้งที่ 2 ก็ครั้งนี้แหล่ะ เราก็เลยดูวิวซ้ายขวาจนเพลินเลย
 
พอเดินตามน้องๆ มาจนถึงขบวน (ตู้) แรกของรถไฟ ก็จัดแจงยกของขึ้นไปเก็บตามชั้นเหนือศีรษะ ของที่ว่านี่ นอกเหนือจากสัมภาระของแต่ละคนแล้ว ก็ยังมีอาหาร และ ของใช้กองกลางต่างๆ ที่ staff ค่ายเค้าขนไปกินไปใช้กันที่นู่นอีกเยอะแยะไปหมด เมื่อจัดของเรียบร้อย เงยหน้าขึ้นมา....
 
อ้าว! น้องพิมไม่ได้อยู่ตู้นี้กะเราเหรอนี่!!!!!!!

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

ใครที่พอจะรู้จักเรามาก่อนก็คงจะรู้ว่าเราก็เป็นคนนึงที่ก็ผ่านชีวิตการไปค่ายมาแล้วหลายครั้งอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่สาธิตเกษตร เข้ามหาลัยมาแล้ว เราก็ยังได้ไปค่ายอยู่เนืองๆ แต่ที่แย่ก็คือ อยู่มาเกือบ 4 ปีแล้ว ยังไม่เคยไปค่ายกับคณะเลย
 
พอปีนี้อยู่ปี 4 ก็เลยตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นเทอมเลยว่า "เอาล่ะวะ ปีนี้ต้องไปค่ายกับที่คณะให้ได้" ตอนตั้งใจว่าหยั่งงั้นก็ไม่ได้คิดไรมาก คิดแค่ว่าตัวเองอยากไป ก็เลยจะไป
 
เวลาของเทอมต้นผ่านไปไวเหมือนโกหก
 
พอใกล้ๆ จะปิดเทอม น้องๆ staff ค่ายก็เริ่มขึ้น cut เชิญชวนคนในคณะให้ไปค่ายกัน เริ่มมีกระแสการบิ๊วกันว่าใครจะไปบ้าง เดี๋ยวก็มีข่าวว่าคนนู้นจะไป คนนี้จะไป ท่าทางค่ายปีนี้จะคึกครื้นน่าดู แต่ปรากฏว่าพอใกล้วันที่จะไปค่ายกันจริงๆ คนที่เคยบอกว่าจะไปก็เริ่มติดนั่นติดนี่ ตามประสา "สิงนักบิด(พริ้ว)" ที่เคยมีคนเรียกเด็กนิเทศให้เราได้ยิน
 
หลังจากที่สอบ final ของเทอมต้นเสร็จ เราก็เริ่มมีสติมานั่งนึกว่าจะมีเพื่อนคนไหนที่จะไปค่ายด้วยกันมั้ง ปรากฏว่าค่ายนี้เพื่อนๆ เราที่สนิทๆ ไม่มีใครไปเลยอ่ะ...มีเราคนเดียวในกลุ่มที่จะไป เพราะ ตาลเพื่อนซี้นักออกค่ายก็ไปเที่ยวกระบี่แล้วต่อด้วยไปเมืองจีน เพื่อนคนอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง เป็นพวกชอบอยู่สยามมากกว่า คราวนี้ก็เลย...เจื่อนฮะ
 
แต่เอาวะ! ไหนๆ ก็พูดไปแล้วว่าจะไปก็ต้องไปสิวะ มันจะมีอะไรแย่นักหนา ก็แค่ไม่มีเพื่อนสนิทไปด้วย ก็ไปรู้จักกับเพื่อนใหม่(น้องๆ คณะที่ไปค่ายด้วยกัน) ไปหาเพื่อนใหม่เอาดาบหน้าก็ได้วะ <--- น้านนน ก็ปลอบใจตัวเองกันเข้าไป

จะเริ่มล่ะนะ

หวัดดีฮะทุกคน

หลังจากที่เราไม่ได้เข้ามาทำอะไรกับ blog นี้มานาน ทั้งด้วยงานต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตตลอดเวลา และ ความขี้เกียจส่วนตัว ในที่สุดหลังจากที่เมื่อกี๊ได้เข้าไปอ่าน blog ของมษฐา เพื่อนสุดเลิฟ ก็เลยทำให้เกิดความรู้สึกอยากเข้ามาเขียนอะไรในนี้บ้างแล้วหล่ะ entry ต่อจากนี้ไป เราจะเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์การไปค่ายคณะนิเทศที่เราพึ่งไปมาตอนช่วงปิดเทอมเดือนตุลาฯที่ผ่านมา ก็เขียนหนุกๆ อ่ะนะคะ อย่าคิดมาก เอาหล่ะ จะเริ่มล่ะนะ...

12/10/2005

Wow!

ได้อ่านเรื่องกุ๊กกิ๊กของแต่ละคนแล้วแบบว่า...
 
รู้สึก กิ๊วก๊าว ไปด้วยอ่ะค่ะ ดีจังเลย ^_^!
24/09/2005

การกระทำที่กุ๊กกิ๊กน่ารักในสายตาของคุณ

วันนี้ไม่ได้จะมาเล่าว่าใครทำอะไรกุ๊กกิ๊กให้แพรวหรอกนะคะ...
 
แต่อยากจะถามทุกคนที่ผ่านเข้ามาในนี้ต่างหากล่ะว่า....
 
การกระทำอะไร และ อย่างไรบ้าง ที่คิดว่ากุ๊กกิ๊กเหลือเกินอ่ะ
 
ไม่ต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องสวยหรูมากก็ได้นะ 
 
อย่าลืมเข้ามาตอบกันนะคะ จะรออ่านด้วยหัวใจสีชมพูค่ะ ^_^
 
Foto 1 di 6
Nessun elemento ancora aggiunto.